ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์เพื่อการเดินทางท่องเที่ยว จองโรงแรมที่พัก ร้านอาหาร ตลาดนัด แหล่งช้อปปิ้ง และข้อมูลอันเป็นประโยชน์ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี

ผ้าไหมพุมเรียง
จังหวัดสุราษฎร์
ผ้าไหมพุมเรียงเป็นผ้าไหมยกดิ้นเงิน หรือดิ้นทองสวยงาม เป็นสินค้าพื้นเมืองที่มีชื่อของจังหวัดสุราษฎร์ธานีผ้าไหมลายดอกพิกุลจากพุมเรียง เป็นผ้าไหมที่ได้รับความนิยมอย่างมากในตลาดผ้าไหม
 

ผ้าไหมพุมเรียง

พุมเรียง ชุมชนเก่าแก่ที่มีมาแต่โบราณ ตั้งอยู่ริมคลองพุมเรียงซึ่งไหลลงทะเลที่แหลมโพธิ์ แหล่งจอดเรือสินค้า ในเส้นทางการค้าข้ามสมุทรตั้งแต่สมัยโบราณ ซึ่งเป็นเส้นทางการเดินเรือสินค้าจากจีนไปยังอินเดียและตะวันออกกลาง  ที่พุมเรียงมีผ้าไหมพุมเรียง เป็นงานฝีมือล้วนๆที่ทอด้วยมือ เป็นงานฝีมือแบบดั่งเดิมที่ต้องใช้ความประณีตและประสบการณ์ในการทอและที่สำคัญงานแต่ละชิ้นแต่ละผืนจะใช้เวลาทอที่ยาวนานกว่าการทอด้วยวิธีอื่น ผ้าลายดอก หรือที่เรียกว่าผ้ายกดอก จะทอได้อย่างมากแค่วันละประมาณครึ่งหลาหรือประมาณ 2 คืบเท่านั้นเอง เป็นการทอด้วยมือที่ใช้วิธีโยกลูกกระสวยสลับไปมา ซ้าย-ขวา ต่างจากการทอด้วยกี่กระตุกที่ใช้มือดึงหรือกระตุกเชือกเพื่อให้ลูกกระสวยวิ่งสลับ ไป-มา ด้วยเครื่อง ผ้ายกดอกเป็นผ้าที่ต้องการความละเอียดประณีตในระหว่างการทอ และมีลวดลายสวยงาม จึงทำ ให้เป็นผ้าไหมที่มีราคาแพงกว่าผ้าสีพื้น ซึ่งตกราคาหลาละประมาณ 3 พันกว่าบาทขึ้นไป หากเป็น ผ้าที่มีลวดลายสวยงาม ราคาก็จะแพงขึ้นไปอีกจนถึง 5 พันบาท ทุกวันนี้ร้านขายผ้าไหมที่พุมเรียงมีอยู่ไม่เกิน 10 ร้าน ส่วนใหญ่เป็นร้านของชาวไทยอิสลาม ที่ถ่ายทอดการทอผ้าไหมและการทำธุรกิจค้าผ้าไหมมาจากบรรพบุรุษ

 

พุมเรียง ชุมชนเก่าแก่ที่มีมาแต่โบราณ ตั้งอยู่ริมคลองพุมเรียงซึ่งไหลลงทะเลที่แหลมโพธิ์ แหล่งจอดเรือสินค้า ในเส้นทางการค้าข้ามสมุทรตั้งแต่สมัยโบราณ ซึ่งเป็นเส้นทางการเดินเรือสินค้าจากจีนไปยังอินเดียและตะวันออกกลาง หรือเป็นที่รู้จักกันในนามเส้นทางสายแพรไหมทางทะเล จากการสำรวจทางโบราณคดีเมื่อครั้ง พ.ศ.2524 พบซากเรือบริเวณแหลมโพธิ์ เป็นสิ่งยืนยันถึงการเป็นที่จอดเรือของชาติต่าง ๆ และจากการขุดหลุมสำรวจเพื่อสุ่มตัวอย่าง พบหลักฐานที่ชี้ว่าแหลมโพธิ์เป็นเมืองท่าทางพาณิชย์นาวีที่มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 12 - 18 และและคงสืบเนื่องถึงสมัยกรุงศรีอยุธยาด้วย อารยธรรมศรีวิชัยซึ่งเป็นวัฒนธรรมด้านศาสนาพราหมณ์และศาสนาพุทธลัทธิมหายาน ครอบคลุมอยู่หัวเมืองในแถบทะเลใต้ทั้งหมด ตั้งแต่อ่าวไทย จรดแหลมมลายู และอินโดนีเซีย และไม่ปรากฏว่าอิทธิพลของศรีวิชัยแผ่ขยายด้วยการสงคราม ครั้นเมื่อเรามีหลักฐานของความเจริญรุ่งเรืองของอาณาจักรศรีวิชัยในบริเวณเมืองโบราณไชยา ซึ่งอยู่ลึกเข้าไปในแผ่นดินมาก จึงเป็นไปได้ว่าอารยธรรมศรีวิชัยและความเจริญที่ไชยา แผ่ขยายไปจากเมืองพุมเรียงที่อยู่ต้นทาง และใกล้เส้นทางเดินเรือทะเล ซึ่งน่าจะเป็นการชี้ว่าพุมเรียงเกิดขึ้นก่อนเมืองไชยาที่บ้านเวียงเสียด้วยซ้ำ

ชื่อเมืองพุมเรียง อาจจะมาจากชื่อของต้นโพธิ์ ซึ่งจากคำบอกเล่าต่อๆกันมาว่าแต่ก่อนพื้นที่แถบนี้ ไปจนจรดริมทะเลทั้งสองด้านฝั่งคลอง เต็มไปด้วยต้นโพธิ์ที่ขึ้นอยู่เรียงราย จึงเรียกชื่อบ้านว่าบ้านโพธิ์เรียง ต่อมาจึงเพี้ยนไปเป็นบ้านพุมเรียง เหมือนที่เรียกแหลมใหญ่ชายทะเลนั้นว่าแหลมโพธิ์

           

ในสมัยรัชกาลที่ 1 พ.ศ. 2328 เกิดศึกพระเจ้าปะดุง แห่งพม่ายกทัพมารุกรานหัวเมืองปักษ์ใต้ ตีได้เมืองระนอง เมืองตระ ( กระบุรี) เมืองชุมพรได้โดยง่าย แล้วเผาเมืองชุมพรเสียก่อนที่จะยกลงมาตีเมืองไชยา เมืองนครศรีธรรมราชต่อไป ปรากฏว่าเมืองไชยาถูกพม่าเผาเสียในคราวนั้นด้วย หลังจากเมืองไชยาถูกพม่าทำลายเผาเมืองเสียหายมากเกินกว่าจะบูรณะได้ในเวลาอันสั้น จึงได้ย้ายเมืองจากบ้านเวียง ไปตั้งใหม่ที่ ชายทะเลนอกค่าย ตำบลพุมเรียง เนื่องจากบริเวณปากคลองพุมเรียง มีบ้านผู้คนหนาแน่น เป็นท่าเรือทั้งเรือประมงและเรือค้าขาย จึงเป็น ชุมชนที่เจริญมานาน เพราะสะดวกต่อการติดต่อค้าขายและการคมนาคมกับหัวเมืองอื่นๆ อยู่ใกล้ทะเลมาก และมีวัดเก่าอยู่ 2 – 3 วัด ที่สร้างมาตั้งแต่สมัยอยุธยา คือ วัดรอ ( สมุหนิมิต) วัดโพธาราม เป็นต้น

เมืองพุมเรียงเติบโตขึ้น อย่างรวดเร็ว มีผู้คนจากถิ่นอื่นเข้ามาตั้งหลักแหล่งอยู่ร่วมกันมากขึ้น โดยเฉพาะชาวมุสลิม ที่มีถิ่นฐานเดิมที่สงขลา ปัตตานี เมืองไทรบุรีในมาเลซีย และที่มาจากอินโดนีเซียก็มี ชาวมุสลิมที่พุมเรียงแต่เดิมนั้นชำนาญการทำประมง ส่วนสตรีมุสลิมก็มีฝีมือทางด้านทอผ้า และยังเป็นประเพณีที่หญิงสาวต้องทอผ้าเป็น และทอผ้าไว้ใช้กันเอง มีการทอผ้าฝ้ายที่ใช้กันในครัวเรือน และผ้าไหมที่ใช้ในพิธีต่างๆ การเข้ามาอยู่ร่วมกันของกลุ่มมุสลิมจากพื้นเพต่างๆกัน ทำให้เกิดการผสมผสานทางวัฒนธรรม และถ่ายทอดเอกลักษณ์เดิมที่มีมาก่อนให้แก่คนรุ่นหลัง เป็นมรดกจากรุ่นสู่รุ่นจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะการทอผ้าไหมยกดิ้นเงินดิ้นทอง หรือยกไหม ซึ่งต่างจากผ้าไทยในสมัยนั้น

การทอผ้าไหมพุมเรียง เป็นศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านภาคใต้ของกลุ่มคนไทยมุสลิมที่ตั้งบ้านเรือนอยู่ที่บ้านหัวเลน หมู่ 2 บริเวณริมคลองพุมเรียง ตำบลพุมเรียง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ได้สืบทอดมาหลายชั่วคนตั้งแต่สมัยตอนปลายกรุงศรีอยุธยาและต้นกรุงรัตนโกสินทร์ซึ่งเป็นการผสมผสานทางวัฒนธรรมท้องถิ่นของชาวไทยมุสลิมและชาวไทยพุทธพื้นเมืองในท้องถิ่น ผ้าไหมพุมเรียงมีลักษณะเด่นที่ต่างจากผ้าไหมของภาคอื่นๆ คือ การทอยกดอกด้วยไหมและดิ้น โดยมีผ้าทอยกที่มีชื่อเสียง คือ ผ้ายกชุดหน้านาง ผ้ายกดอกถมเกสร และผ้ายกดอกลายเชิง เป็นต้น และเครื่องมือที่ใช้ทอในสมัยก่อน ได้แก่ หูก จึงเรียกการทอผ้าว่าทอหูก ซึ่งถือเป็นหน้าที่ของหญิงทั้งชาวไทยพุทธและมุสลิมที่ต้องเตรียมไว้ให้ครอบครัว ผ้าที่ทอในช่วงนั้นแบ่งออกเป็นผ้าที่ใช้ในชีวิตประจำวันและผ้าที่ใช้ในงานและพิธีต่างๆ ซึ่งผ้าที่ใช้ในชีวิตประจำวันนั้นส่วนใหญ่ใช้ผ้าฝ้ายทอเพื่อความทนทาน สำหรับผ้าที่ใช้ในงานและพิธีการต่างๆ จะทอด้วยไหมหรือผ้าฝ้ายแกมไหม มีลวดลายทอดอกสวยงาม ใช้นุ่งเข้าเฝ้าหรือนุ่งในงานนักขัตฤกษ์ งานบุญ งานแต่งงาน


การเดินทางไปยังบ้านพุมเรียง

จากตัวเมืองสุราษฎร์ธานี ใช้เส้นทางสาย 41 ไปยังอำเภอไชยา แล้วต่อไปยังพุมเรียง หรือใช้เส้นทางสาย 4112 ผ่าน อ.ท่าฉาง ไปถึงทางแยกไชยาแล้วเลี้ยวขวาไปอีกรา 6 กิโลเมตร ถึงพุมเรียง

จากตลาดไชยาโดยสารรถยนต์ หรือ รถจักรยานยนต์ ถึงตลาดพุมเรียง ประมาณ 6 กิโลเมตร จากตลาดพุมเรียงถึงชายทะเลที่แหลมโพธิ์ประมาณ 2 กิโลเมตร มีรถประจำทางไชยา - พุมเรียง

กิจกรรมที่น่าสนใจในบ้านพุมเรียง

  • ชมการทอผ้าไหมพุมเรียง
  • เลือกซื้อหาผ้าไหมลายสวยจากพุมเรีย

สิ่งน่าสนใจอื่นๆในบ้านพุมเรียง

  • โรงทอผ้า
  • บ้านเก่าของท่านพุทธทาส
  • ชายทะเลแหลมโพธิ์

กลุ่มสตรีทอผ้าไหมพุมเรียง
ประธานกลุ่ม คุณวันมะ
87หมู่2 หมู่บ้านพุมเรียง
โทรศัพท์ 0815384533

 
สุราษฎร์ธานี

หน้าหลัก
การเดินทาง
โรงแรมที่พัก
ร้านอาหาร
ช้อปปิ้ง
สถานที่ท่องเที่ยว
ประเพณีและวัฒนธรรม

เพจที่น่าสนใจ

แนะนำที่พัก
แนะนำร้านอาหาร
แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวใหม่
แนะนำการท่องเที่ยววิถีชุมชนท้องถิ่น
แนะนำสถานที่สำคัญ
แนะนำบุคคลในแวดวงการท่องเที่ยว
แนะนำร้านค้าขายของที่ระลึก

อ่านรีวิว Suratthani Reviews on
ติดต่อ SuratThani.org
โทรศัพท์:  086-8103413 เวลา 10.00-17.00 น.
Email: info@suratthani.org
Website: www.suratthani.org

C o p y r i g h t  ©  2 0 1 5 -2019   S u r a t T h a n i. o r g     . D  e s i g n   b  y   R a c h a d a  S r e p a o t o n g